kkdee.com, Plateform for Good Content.

หน้าหลัก / นิทาน / ชาดก


นิทานชาดกเรื่อง กัณหชาดก:ว่าด้วยผู้เอาการเอางาน

กัณหชาดก: ว่าด้วยผู้เอาการเอางาน


:: สาเหตุที่ตรัสชาดก :: 
 

..…เมื่อครั้งที่พระบรมศาสดาทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ ขณะที่แสดงปาฏิหาริย์นั้น พระพุทธองค์ทรงเนรมิตพุทธนิมิตขึ้นองค์หนึ่งเพื่อให้ประชาชนทั้งหลายได้ถามปัญหาข้อข้องใจต่างๆ อีกด้วย ปรากฏว่าในการชมปาฏิหาริย์ครั้งนี้ ทำให้มีผู้บรรลุธรรมขั้นต่างๆ มากมาย


.....หลังจากนั้น พระพุทธองค์เสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพุทธมารดา เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดเทพบุตรพุทธมารดาจนครบ ๓ เดือนแล้ว จึงเสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ทางด้านประตูเมืองสังกัสสะ ใน วันมหาปวารณา และทรงแสดงปาฏิหาริย์อีกครั้ง ด้วยการเปิดโลกทั้งสาม คือ นรก สวรรค์ และมนุษยโลก ให้ทุกคนมองเห็นซึ่งกันและกัน บังเกิดสัมมาทิฏฐิโดยทั่วหน้ากัน

.....ในวันต่อมา พระภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในธรรมสภา พระพุทธองค์ทรงทราบดังนั้น จึงตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่บัดนี้เท่านั้นที่เราสามารถทำธุระที่ไม่มีผู้ใดกระทำได้ แม้เมื่อก่อน เรามีกำเนิดเป็นเพียงสัตว์เดียรัจฉาน เราก็สามารถทำธุระที่บุคคลอื่นไม่สามารถทำได้เช่นกัน"

.....พระพุทธองค์จึงทรงนำ กัณหชาดก มาตรัส ดังนี้

 

:: เนื้อเรื่อง :: 

.....ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสีมีหญิงชรายากจนคนหนึ่ง อาศัย เลี้ยงชีพด้วยการแบ่งบ้านที่นางอาศัยอยู่  ให้เป็นที่พักแก่คนเดินทางทั่วไป


    วันหนึ่งมีชายคนหนึ่งได้มาพักที่บ้านของนาง ก่อนจากไปเขาได้มอบลูกโคตัวหนึ่ง ให้แทนค่าที่พัก หญิงชราเห็นลูกโค มีท่าทางฉลาด เฉลียวแข็งแรง ดวงตาเป็นประกาย แจ่มจรัส  จึงบังเกิดความเอ็นดู รับลูกโคไว้ด้วยความยินดี และ เรียก โคนั้นว่า อัยยิกกาฬกะ หรือ เจ้าโคดำ

 

     ทุกวัน นางจะนำข้าวอย่างดี พร้อมด้วยหญ้าอ่อนๆ มาเลี้ยง จนกระทั่งมันเติบใหญ่ เป็นโค ที่มีร่างกายสง่าน่าเกรงขาม และแข็งแรง กว่าโคทั่วไป

     ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นโคที่สงบ เสงี่ยม เรียบร้อย ไม่ดุร้าย ซ้ำยังเข้าใจภาษาคนอีกด้วย

     อัยยิกกาฬกะ มีความคิด
ที่จะตอบแทนคุณยายเฒ่าอยู่เสมอ ด้วยคิดว่านางสู้ทนลำบากเลี้ยงตนมาอย่างดี ทั้งๆ ที่นางก็ยากจนมาก

     ดังนั้นเมื่อเห็นใครเขามีงานที่ต้องแบกต้องหามมันจะเข้าไปทำกิริยาให้เขารู้   จนเขาจ้างให้ทำงานได้เงินทองข้าวของมาเท่าไรก็นำกลับมาให้ยายเฒ่าหมดสิ้น

     อยู่มาวันหนึ่ง มีพ่อค้าหนุ่มนำเกวียน ๕๐๐ เล่ม บรรทุกสินค้าข้ามท่าน้ำมา แต่เนื่องจากไม่ชำนาญทาง จึงนำเกวียนทั้งหมด ตกหล่มขึ้นฝั่งไม่ได้แม้จะช่วยกันฉุดช่วยกันลากจนสุดความสามารถแล้ว ยังไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ ดูเหมือนว่ายิ่งฉุดลากเท่าไหร่ ล้่อเกวียนจะยิ่งจมลึก ลงไปในเลนมากขึ้นเท่านั้น้

     ในขณะที่กำลังคิดหาหนทางอยู่นั้น พ่อค้าได้มองไปเห็นโคดำกำลังเล็มหญ็าอยู่กับฝูงโคทั้งหลาย ด้วยความที่เป็นผู้ที่มีความรู้เรื่ื่องของลักษณะ โคอยู่บ้าง  ก็ทราบทันทีว่า
เป็นโคอาชาไนย

     พ่อค้าได้เข้าไปสอบถามชาวบ้าน เพื่อจะขอนำโคดำ ไปช่วยลากกองเกวียนที่ติด หล่มขึ้นมา
     พ่อค้าจับสนตะพายให้โคดำแล้วจูงไป แต่โคคำกลับยืนนิ่งไม่ยอมเดิน

     พ่อค้าเห็นว่าโคไม่ยอมเดินไปคงเพราะต้องการสิ่งตอบแทน จึงเสนอให้รางวัล ๑,๐๐๐ กษาปณ์ โคคำได้ยินดังนั้น ก็เดินไปยังท่าข้ามแต่โดยดี

     เมื่อเห็นขบวนเกวียนตกลงไปในหล่มลึกเช่นนั้น  ก็รู้ว่าเป็นเป็นงานหนักยิ่งนัก แต่ถึงแม้จะหนักอย่างไร ก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพื่อให้ยายพ้น จากความยากจนเสียที

     เมื่อเทียมเกวียนเสร็จแล้ว โคดำค่อยๆรวบรวมพละกำลัง ทั้งหมดฉุดลากกองเกวียนที่ตกหล่มนั้น   ท่ามกลางการเอาใจช่วย ของพ่อค้าและ บริวารทั้งหลายรวมทั้งเด็ก
เลี้ยงโคที่ี่มามุงดูอยู่

     ในที่สุดขบวนเกวียนค่อยๆ เคลื่อนที่พ้นจากหล่มขื้นมาได้ ทุกคนปรบมือโห่ร้องด้วยความดีใจ

พ่อค้าเกิดความเสียดายเงินที่จะต้องจ่ายเป็นค่าจ้างให้โคเป็นจำนวนมาก

     จึงคิดจะให้เพียงครึ่งเดียวจากที่ได้สัญญาเอาไว้

     โคดำนั้น แม้จะไม่เคยได้รับเงินมากถึง ๑,๐๐๐ กษาปณ์ แต่ก็พอจะคาด
คะเนได้ว่าเงิน  ๑,๐๐๐ กษาปณ์ นั้น จะต้องมี น้ำหนักมากกว่านี้

     เจ้าโคดำจึงยืนขวางขบวนเกวียนเอาไว้   พร้อมกับ จ้องมองมายังพ่อค้านั้น
อย่างจะเอาเรื่อง

     พ่อค้าจึงค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบถุงเงินมา แล้วใส่เงินเพิ่มลงไปอีก ๕๐๐ กษาปณ์แล้วผูกคืนให้ตามเดิม

     เมื่อโคดำได้เงินครบแล้วจึงวิ่งกลับบ้านไปหายายบรรดาเด็กเลี้ยงโคทั้งหลาย ก็วิ่งตามไปเป็นพรวน

     ยายเห็นโคดำกลับมาด้วยท่าทางอิดโรย ซูบซีด เหงื่อ ไหลโทรมกาย นัยน์ตาแดงก่ำ พร้อมถุงเงินที่ห้อยคอมา โดยมีเด็กๆ แย่งกันเล่าเรื่องให้ฟัง

     ครั้นคลายโศกเศร้าลงแล้วยายเฒ่าจึงรีบนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตัวโคดำ นำน้ำมันมาทาแก้ขัดยอกให้ พร้อมทั้งหาน้ำและอาหารอย่างดีมาเลี้ยงเจ้าโคดำ

     กาลเวลาผ่านไปยายเฒ่ามีฐานะดีขึ้น ไม่ต้องลำบาก ดังแต่ก่อน และด้วยความรัก
ความผูกพันที่มีต่อกันมาตลอด เมื่อยายเฒ่าและโคดำ ละโลกนี้ไปแล้ว   ยังได้ไปช่วยเหลือเกื้อกูลกันอีกในภพชาติต่อๆ มา

     ฝ่ายพระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเป็นผู้มีธุระไม่สมํ่าเสมอ ในบัดนี้เท่านั้น ก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็เป็นผู้มีธุระไม่สมํ่าเสมอเหมือนกัน ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า หญิงแก่ในครั้งนั้น ได้เป็นนางอุบลวรรณา ส่วนโคอัยยิกากาฬกะได้เป็นเราแล 

:: ข้อคิดจากชาดก :: 
 
.....๑. ลักษณะเด่นของผู้นำคือ ต้องลงมือทำด้วยตนเอง ควรต้องทำเป็นตัวอย่าง เพื่อไว้ฝีมือให้ลูกน้องเกิดศรัทธาในความรู้ความสามารถ จะได้เกิดกำลังใจทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

.....๒. ใครที่เป็นผู้ใหญ่ เมื่อรับปากเด็กแล้ว อย่ากลับกลอกบิดพริ้วเป็นอันขาด

.....๓. ความกตัญญูกตเวที เป็นคุณธรรมที่เป็นพื้นฐานของคนมีความรับผิดชอบ

.....๔. การรับคนเข้าทำงาน ถ้าต้องการจะให้ได้คนดีจริง มีความรับผิดชอบสูง ควรเลือกจากผู้ที่ความความกตัญญูต่อพ่อแม่ และเว้นจากอบายมุขโดยเด็ดขาด
 
Video กัณหชาดก: โคยอดกตัญญู


ควรเลือกผู้มีความกตัญญู และมีความสามารถ ให้ทำงานสำคัญ




ที่มา : หนังสือนิทานชาดก โดย พระภาวนาวิริยคุณ www.kalyanamitra.org