kkdee.com, Plateform for Good Content.

หน้าหลัก / นิทาน / ชาดก


นิทานชาดกเรื่อง กโปตกชาดก:ว่าด้วยโภคะของมนุษย์

กโปตกชาดก: ว่าด้วยโภคะของมนุษย์


ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นนกพิราบอยู่ในกระเช้าที่เขาทำเป็นรังนก ในโรงครัวของท่านพาราณสีเศรษฐี ครั้งนั้น มีกาตัวหนึ่งอยากได้เนื้อปลา จึงกระทำไมตรีกับนกพิราบนั้น และได้อยู่ในกระเช้ารังนั้นเหมือนกัน วันหนึ่ง กานั้นเห็นในโรงครัวมีเนื้อปลามากมาย คิดว่า เราจะต้องได้กินเนื้อปลานี้ จึงแสร้งทำเป็นนอนถอนใจอยู่ในกระเช้าที่เป็นรังนั่นแหละ ครั้นเมื่อนกพิราบกล่าวชักชวนกานั้นว่า มาเถอะสหาย พวกเราออกไปหากินกันเถิด กานั้นก็กล่าวว่า ฉันมึนเมาเพราะอาหารไม่ย่อย ท่านจงไปเถอะ
นกพิราบเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงบินออกไป กานั้นเมื่อเห็นนกพิราบบินออกไปแล้วจึงคิดว่า เสี้ยนหนามของเราไปแล้ว บัดนี้ เราจักกินเนื้อปลาได้ตามชอบใจ จึงกล่าวว่า:
 บัดนี้ เราเป็นสุข ไม่มีโรค นกพิราบผู้เหมือนหนามในหทัยบินไปแล้ว
บัดนี้ เราจักกระทำความยินดีแห่งหทัย เพราะเหตุว่า ชิ้นเนื้อและแกง
จะทำให้เราเกิดกำลัง
กานั้น เมื่อเห็นพ่อครัวทอดเนื้อปลาแล้วออกไปเช็ดเหงื่อออกจากตัว จึงบินออกจากกระเช้ามาแอบอยู่ในภาชนะใส่เครื่องเทศ จึงทำให้เกิดเสียงดังขึ้น  พ่อครัวได้ยินเสียงนั้น จึงมาจับกา แล้วจัดการถอนขนออกจนหมด บดขิงสดกับแป้งและเมล็ดผักกาด ขยำกระเทียมเข้ากับเปรียงบูด ทาจนทั่วตัวกานั้น แล้วเอาเศษกระเบื้องมาอันหนึ่ง เจาะรูให้ทะลุ ร้อยด้วยด้ายแล้วผูกไว้ที่คอกานั้น จากนั้นจึงจับมันใส่เข้าไว้ในรังกระเช้าตามเดิม แล้วพ่อครัวนั้นก็ออกไป
ฝ่ายนกพิราบ เมื่อกลับมาจากออกไปหากิน เห็นกาในสภาพดังนั้นก็เดาเรื่องออก จึงได้กล่าวเยาะเย้ย ว่า นี่นกยางอะไรมานอนอยู่ในกระเช้าของสหายเรา ก็สหายของเรานั้นดุร้าย กลับมาแล้วจะพึงฆ่าเจ้าเสีย จึงกล่าวว่า:
นกกระยางอะไรนี่ มีหงอน ขี้ขโมย เป็นปู่นก โลดเต้นอยู่ แน่ะนก
กระยาง ท่านจงออกมาข้างนอกเสีย กาผู้เป็นสหายของเราดุร้าย
 กาได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า
ท่านได้เห็นเรามีขนปีก อันพ่อครัวถอนแล้วทาด้วยน้ำข้าวเช่นนี้ ไม่
ควรจะมาหัวเราะเยาะเลย
นกพิราบนั้น ก็ยังหัวเราะอยู่นั่นแหละ แล้วกล่าวคาถาที่ ๔ อีกว่า :
ท่านอาบดีแล้ว ลูบไล้ดีแล้ว เอิบอิ่มไปด้วยข้าวและน้ำ และมีแก้ว
ไพฑูรย์อยู่ที่คอ ได้ไปกชังคลประเทศ * มาหรือ?
*หมายถึง เมืองพาราณสี คาถานี้หมายความว่านกพิราบถามกาว่า ท่านได้ไปยังภายในเมืองมาหรือ ?
ลำดับนั้น กาจึงกล่าวตอบเป็นคาถาที่ ๕ ว่า :
เราจะเป็นมิตร หรือมิใช่มิตรของท่านก็ตาม ท่านอย่าได้กล่าวว่า ท่าน
ได้ไปยังกชังคลประเทศมาหรือ เพราะว่า ในกชังคลประเทศนั้น ชน
ทั้งหลายถอนขนของเราออกแล้ว ผูกชิ้นกระเบื้องไว้ที่คอ
หมายความว่า คนผู้เป็นมิตรหรือเป็นศัตรูของท่านก็ตาม อย่าได้ไปนครพาราณสีเลย เพราะในนครพาราณสีนั้น คนทั้งหลายถอนขนของเราออกแล้วผูกกระเบื้องกลมไว้ที่คอ.
นกพิราบได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวครั้งสุดท้ายว่า:
แน่ะสหาย ท่านจะประสบสภาพเห็นปานนี้อีก เพราะปกติของท่าน
เป็นเช่นนั้น อันโภคะของพวกมนุษย์ไม่ใช่เป็นของที่นกจะกินได้ง่ายเลย.
 
นกพิราบอบรมกานั้น ด้วยประการดังนี้แล้วก็ไม่อยู่ในที่นั้น ได้กางปีกบินไปที่อื่น ฝ่ายกาก็สิ้นชีวิตอยู่ในที่นั้น นั่นเอง