kkdee.com, Plateform for Good Content.

หน้าหลัก / นิทาน / ชาดก


นิทานชาดกเรื่อง เอกราชชาดก:คุณธรรมคือขันติและตบะ

เอกราชชาดก: คุณธรรมคือขันติและตบะ


ในอดีตกาล อำมาตย์ผู้หนึ่งของพระเจ้าพาราณสี ก่อเหตุอันไม่บังควรขึ้นในราชสำนัก พระราชาจึงทรงให้ขับไล่อำมาตย์นั้นออกจากแว่นแคว้น อำมาตย์นั้นจึงไปพึ่งพระเจ้าโกศลพระนามว่า ทุพภิเสน เหตุการณ์ทั้งปวงนั้นได้กล่าวไว้ แล้วในมหาสีลวชาดกทั้งนั้น ส่วนในชาดกนี้ พระเจ้าทุพภิเสนให้จับพระเจ้าพาราณสีผู้ประทับนั่งในท่ามกลางอำมาตย์ ณ ท้องพระโรง แล้วจับแขวนห้อยพระเศียร ณ เบื้องบนธรณีประตู พระเจ้าพาราณสีทรงเจริญเมตตาไปยังพระราชาโจร โดยกระทำกสิณบริกรรม ยังฌานให้บังเกิดแล้ว เครื่องพันธนาการเหล่านั้นก็ขาดออก จากนั้นพระเจ้าพาราณสีประทับนั่งขัดสมาธิในอากาศ ความทรมาน ร้อนกาย ก็เกิดขึ้นในร่างกายของราชาโจร พระองค์ทรงบ่นว่าร้อนๆ แล้วกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้น เมื่อพระราชาโจรตรัสถามว่า เกิดเหตุนี้ได้อย่างไร

 

อำมาตย์ทั้งหลายจึงทูลว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์ทรงทำพระราชาผู้ตั้งอยู่ในธรรม ผู้หาความผิดมิได้ให้ห้อยพระเศียรลง ณ เบื้องธรณีประตู พระเจ้าข้า

 

พระราชาโจรตรัสว่า ถ้าอย่างนั้น พวกท่านจงรีบไปปล่อยพระราชาพระองค์นั้น

 

ราชบุรุษทั้งหลายไปแล้ว ได้เห็นพระราชาทรงนั่งขัดสมาธิในอากาศ จึงกลับมากราบทูลแก่พระเจ้าทุพภิเสน พระเจ้าทุพภิเสนนั้นจึงรีบเสด็จไปไหว้พระเจ้าพาราณสีนั้นขอให้ทรงยกโทษ แล้วตรัสถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเอกราช พระองค์เสวยกามคุณอันบริบูรณ์อย่างยิ่งอยู่ในกาลก่อน  

มาบัดนี้ พระองค์ถูกโยนลงในบ่ออันขรุขระ เหตุไรจึงมิได้ละพระฉวีวรรณ และพระกำลังกายที่มีอยู่แต่เก่าก่อนเสียเลย?

 

พระโพธิสัตว์ได้ทรงสดับดังนั้นจึงตอบกลับมาว่า

 ข้าแต่พระเจ้าทุพภิเสน ขันติ และตบะ เป็นคุณธรรมที่หม่อมฉัน

 ปรารถนามาแต่เดิมแล้ว บัดนี้ หม่อมฉันได้สิ่งปรารถนานั้นแล้ว เหตุไร

 จะพึงละพระฉวีวรรณ และกำลังกายที่มีอยู่แต่เก่าก่อนเสียเล่า ๑ 

ได้ทราบมาว่า กิจที่ควรทำทุกอย่างสำเร็จมาแต่ก่อนแล้ว เพราะข่มขี่

ครอบงำบุคคลผู้เปรื่องยศ มีปัญญา หม่อมฉันได้ยศอันยิ่งใหญ่แล้ว ๒

เหตุไร จะละผิวกาย และกำลังกายที่มีอยู่แต่เก่าก่อนเล่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งปวงชน สัตบุรุษทั้งหลาย บรรเทาความสุข

ด้วยความทุกข์ ๓ หรือบรรเทาความทุกข์ด้วยความสุข ๔ เป็นผู้มีจิตเยือกเย็น

ยิ่งนัก ในความสุข และความทุกข์ทั้งสองอย่าง ย่อมเป็นผู้มีจิตเป็นกลาง

ทั้งในความสุข และความทุกข์ ดังเครื่องชั่ง ๕  ฉะนั้น

 

๑ หมายความว่า กิจที่หม่อมฉันจะพึงทำทุกอย่าง คือการให้ทาน การ รักษาศีล และการรักษาอุโบสถ หม่อมฉันทำทำให้สำเร็จแล้ว

 

๒ หมายความว่า  ได้ยศที่ไม่เคยได้มาก่อน คือในกาลก่อน พระเจ้าพาราณสี หมายเอาการเกิดฌาน ด้วยเมตตาภาวนาอันเป็น เครื่องข่มกิเลส

 

๓ หมายความว่า บรรเทาสุข (ในราชสมบัติ) ด้วยความทุกข์ เพราะถูกลงฑัณฑ์ที่พระเจ้าทุพภิเสนค์ทำให้เกิดขึ้น

 

๔ หมายความว่า บรรเทาทุกข์นั้นด้วยสุขอัน เกิดจากฌาน

 

๕ หมายความว่า สัตบุรุษทั้งหลาย ผู้เป็นเช่นเดียวกับเรานั้น คือ มีสภาวะดับเย็นยิ่งแล้ว คือมีตนเป็นกลางในส่วนทั้งทั้งทุกข์และสุข ย่อมเป็นผู้เที่ยงตรง คือย่อมเป็นเช่นเดียว ไม่มีความแตกต่างเลยในสุขและทุกข์

 

พระเจ้าทุพภิเสนได้ทรงสดับดังนี้แล้ว จึงขอให้พระโพธิสัตว์ยกโทษให้แล้วตรัสว่า พระองค์เท่านั้น จงครองราชสมบัติของพระองค์ หม่อมฉันจักคอยป้องกันพวกโจรแก่พระองค์ แล้วลงอาญาแก่อำมาตย์ผู้นั้นแล้วเสด็จหลีกไป ฝ่ายพระโพธิสัตว์ทรงมอบราชสมบัติแก่อำมาตย์ทั้งหลายแล้วบวชเป็นฤๅษี ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า

 


ผู้ที่มีขันติและตบะ ย่อมชนะภัยพาลและเป็นสุข