kkdee.com, Plateform for Good Content.

หน้าหลัก / นิทาน / ชาดก


นิทานชาดกเรื่อง อุทุมพรชาดก:ผู้อ่อนน้อมชื่อว่าเป็นผู้อิ่ม

อุทุมพรชาดก: ผู้อ่อนน้อมชื่อว่าเป็นผู้อิ่ม


 พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ 

               ได้ยินว่า ภิกษุนั้นสร้างวิหารอยู่ในปัจจันตคามแห่งหนึ่ง วิหารน่ารื่นรมย์ตั้งอยู่เหนือแผ่นหินดาด สถานที่ปัดกวาดคล้ายปะรำ มีน้ำใช้ผาสุกสำราญ โคจรคามก็ไม่ไกล คนทั้งหลายรักใคร่พากันถวายภิกษา.
               ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเที่ยวจาริกไปถึงวิหารนั้น. ภิกษุผู้เป็นเจ้าถิ่นกระทำอาคันตุกวัตรแก่ภิกษุนั้น ในวันรุ่งขึ้น ได้พาภิกษุนั้นไปบิณฑบาตยังบ้าน. คนทั้งหลายถวายภิกษาอันประณีตแก่ภิกษุนั้น แล้วนิมนต์ฉันในวันพรุ่งนี้อีก.
               อาคันตุกะภิกษุฉันอยู่ ๒-๓ วัน จึงคิดว่า เราจักลวงภิกษุเจ้าถิ่นนั้นด้วยอุบายอย่างหนึ่งฉุดคร่าออกไปแล้วยึดวิหารนี้. ลำดับนั้น ภิกษุอาคันตุกะได้ถามภิกษุเจ้าถิ่นผู้มายังที่บำรุงพระเถระว่า อาวุโส ท่านไม่ได้ทำการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าหรือ ? ภิกษุเจ้าถิ่นกล่าวว่า ชื่อว่าคนผู้จะปฏิบัติดูแลวิหารนี้ ไม่มี ด้วยเหตุนั้น กระผมจึงไม่เคยไป. ภิกษุอาคันตุกะกล่าวว่า ผมจักปฏิบัติดูแลวิหารนี้ จนกว่าท่านไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกลับมา. ภิกษุเจ้าถิ่นกล่าวว่า ดีแล้ว ท่านผู้เจริญ แล้วกล่าวกะคนทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายจงอย่าประมาทพระเถระจนกว่าเราจะกลับมา แล้วหลีกไป.
               จำเดิมแต่นั้นมา อาคันตุกะภิกษุก็กล่าวว่า ภิกษุเจ้าถิ่นนั้นมีโทษนี้และนี้ แล้วยุยงคนทั้งหลายเหล่านั้นให้แตกร้าวกัน. ฝ่ายภิกษุเจ้าถิ่นถวายบังคมพระศาสดา แล้วกลับมา. ลำดับนั้น ภิกษุอาคันตุกะนั้นไม่ให้ภิกษุเจ้าถิ่นเข้าไป. ภิกษุเจ้าถิ่นนั้นจึงอยู่ในที่แห่งหนึ่ง วันรุ่งขึ้นเข้าไปบิณฑบาตยังบ้าน ฝ่ายคนทั้งหลายก็ไม่กระทำแม้มาตรว่าสามีจิกรรม. ภิกษุเจ้าถิ่นนั้นเดือดร้อน จึงไปยังพระเชตวันวิหารอีก แล้วบอกเหตุการณ์อันนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย.
               ภิกษุทั้งหลายจึงนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า อาวุโสทั้งหลาย ได้ยินว่า ภิกษุโน้นลวงภิกษุโน้นออกจากวิหาร แล้วตนเองอยู่ในวิหารนั้น. พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลาย กราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน อาคันตุกะภิกษุนั้นก็ได้ลวงภิกษุนี้ออกจากที่อยู่มาแล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ 
               ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นรุกขเทวดาอยู่ในป่า ในฤดูฝน ฝนตกในป่านั้นตลอด ๗ สัปดาห์. ครั้งนั้น มีลิงเล็กหน้าแดงตัวหนึ่งอยู่ในซอกเขาหินแห่งหนึ่งซึ่งไม่เปียกฝน วันหนึ่งลิงใหญ่หน้าดำตัวหนึ่งเปียกฝน ถูกความหนาวเบียดเบียน เห็นลิงเล็กนั่งอยู่อย่างนั้น จึงคิดว่า เราจะลวงเจ้าลิงนี้ออกไปด้วยอุบาย แล้วจะอยู่ในที่นี้เสียเอง จึงทำให้เบ่งท้องให้ดูอิ่มเหลือล้น ไปยืนอยู่ข้างหน้าลิงเล็กนั้น
               แล้วกล่าวว่า

               ต้นมะเดื่อ ต้นไทร และต้นมะขวิดนี้มีผลสุกแล้ว เชิญท่านออกมากินเถิด จะยอมตายเพราะความหิวทำไม ต้นมะเดื่ออันวิจิตรเหล่านี้เต็มด้วยผล เราเคี้ยวกินจนอิ่มแล้วจึงมา แม้ท่านก็จงไปกินเสียเถิด

               ฝ่ายลิงเล็กนั้นได้ฟังคำของลิงใหญ่นั้นก็เชื่อ ประสงค์จะเคี้ยวกินผลมะเดื่อทั้งหลาย จึงได้ออกแล้วไปในที่นั้นๆ เมื่อไม่ได้อะไรๆ จึงกลับมาอีก เห็นลิงใหญ่นั้นเข้าไปนั่งในซอกเขาของตน คิดว่าจักลวงลิงใหญ่นั้น จึงยืนอยู่ข้างหน้าลิงใหญ่นั้น
               แล้วกล่าวว่า

               ผู้ใดประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้อิ่มแล้ว เหมือนข้าพเจ้าเคี้ยวกินผลไม้สุกเป็นผู้อิ่มแล้วในวันนี้


               
               ลิงใหญ่ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า             
             ลิงผู้เกิดในป่า พึงกระทำการหลอกลวงลิงผู้เกิดในป่า เพราะเหตุใด แม้ลิงหนุ่มเช่นท่าน ก็จะไม่พึงเชื่อ เพราะเหตุอันนั้น ลิงแก่ชรา คือลิงผู้เฒ่าเช่นกับเรา จะไม่พึงเชื่อเลย คือจะไม่เชื่อต่อลิงผู้หนุ่มเช่นท่านผู้กล่าวตั้ง ๗ ครั้ง

               ในหิมวันตประเทศ มีผลไม้ทั้งปวงอันเปียกชุ่มด้วยน้ำฝนลงแล้ว ในสถานที่นี้ ไม่มีสำหรับท่านอีกต่อไป ท่านจงไปเสียเถิด ลิงเล็กตัวนั้น จึงหลีกไปจากที่นั้นเอง