kkdee.com, Plateform for Good Content.

หน้าหลัก / นิทาน / ชาดก


นิทานชาดกเรื่อง อารามทูสกชาดก:ฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่มีความสุข

อารามทูสกชาดก: ฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่มีความสุข


  พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภคนประทุษร้ายอุทยาน ในหมู่บ้านโกศลตำบลหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ 
               เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จจาริกไปในแคว้นโกศล ทรงบรรลุถึงหมู่บ้านตำบลหนึ่ง กุฏุมพีในหมู่บ้านนั้นผู้หนึ่ง นิมนต์พระตถาคตเจ้าให้ประทับนั่งในอุทยานของตน ถวายทานแด่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธองค์เป็นประมุขแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงเสด็จเที่ยวไปในสวนนี้ ตามความพอพระทัยเถิด 
               ภิกษุทั้งหลายก็พากันลุก ชวนนายอุทยานบาล (คนเฝ้าสวน) ไปเที่ยวอุทยาน เห็นที่โล่งเตียนแห่งหนึ่ง จึงถามนายอุทยานบาลว่า อุบาสก อุทยานนี้ ตอนอื่นมีต้นไม้ชะอุ่มร่มรื่น แต่ที่ตรงนี้ไม่มีต้นไม้หรือกอไผ่อะไรเลย ข้อนี้ เป็นเพราะเหตุไร?
               นายอุทยานบาลตอบว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ในเวลาปลูกสร้างอุทยานนี้ มีเด็กชาวบ้านคนหนึ่ง เมื่อจะรดน้ำต้นไม้ ต้องถอนต้นไม้ที่เพิ่งปลูกในที่ตรงนี้ ขึ้นดูรากเสียก่อน แล้วจึงรดน้ำตามความสั้นยาวของรากเป็นประมาณ ต้นไม้ปลูกใหม่เหล่านั้น ก็เหี่ยวแห้งตายไม่เหลือ ด้วยเหตุนั้น ที่ตรงนี้จึงโล่งเตียนไป
               ภิกษุทั้งหลายเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดาแล้ว จึงกราบทูลเรื่องนั้น
               พระบรมศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เด็กชาวบ้านคนนั้นไม่ใช่พึ่งเป็นคนทำลายสวน ในตอนนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ก็เคยเป็นคนทำลายสวนเหมือนกัน 
               แล้วทรงน้ำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้  
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติ อยู่ในกรุงพาราณสี. พวกชาวเมืองป่าวร้อง ได้ยินเสียงกลองประโคมดนตรี 
               ครั้งนั้น อุทยานของพระราชา มีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นอันมาก คนเฝ้าสวนคิดว่า ในเมืองมีงานนักขัตฤกษ์เอิกเกริก เราบอกให้ลิงพวกนี้รดน้ำต้นไม้ แล้วเราก็ไปสนุกสนาน แล้วก็ไปหาวานรตัวจ่าฝูง ถามว่า วานรจ่าฝูง ผู้เป็นสหาย อุทยานนี้มีอุปการะเป็นอย่างมากแก่ท่านทั้งหลาย พวกท่านได้พากันขบเคี้ยวดอกผล และใบอ่อนในอุทยานนี้ บัดนี้ ในพระนครกำลังมีงานประโคมดนตรี เราจะไปเล่นงานนักขัตฤกษ์กับเขาบ้าง พวกท่านช่วยรดน้ำต้นไม้ที่กำลังปลูกใหม่ๆ ในสวนนี้ ในช่วงที่เรายังไม่มา จะได้ไหม?
               วานรจ่าฝูงรับคำว่า พวกเราจะรดน้ำให้
               นายอุทยานบาลก็กำชับว่า ถ้าเช่นนั้น พวกท่านจงระมัดระวัง อย่าประมาทนะ จัดหากระออมหนัง และกระออมไม้ สำหรับตักน้ำให้แก่พวกวานร แล้วก็ไป. พวกวานรพากันถือกระออมหนังและกระออมไม้ จะไปรดน้ำต้นไม้
               ครั้งนั้น วานรจ่าฝูงจึงพูดกะวานรด้วยกัน อย่างนี้ว่า วานรทั้งหลาย ธรรมดา น้ำเป็นของหายาก ถ้าพวกท่านจะรดน้ำต้นไม้ต้องถอนต้นไม้ขึ้น ถอนขึ้นดูราก ต้นไหนรากหยั่งลึก ต้องรดน้ำให้มาก ต้นไหนรากหยั่งลงไม่ลึก รดแต่น้อย ภายหลังน้ำของเราจะหายาก
               พวกวานรต่างรับคำแล้วพากันทำตามนั้น
               สมัยนั้น มีบุรุษผู้ฉลาดคนหนึ่ง เห็นพวกวานรในพระราชอุทยานเหล่านั้น พากันทำเช่นนั้น จึงกล่าวว่า วานรทั้งหลาย เหตุใด พวกท่านจึงถอนต้นไม้อ่อนๆ ขึ้นแล้วรดน้ำตามประมาณราก อย่างนี้หรือ?
               พวกวานรตอบว่า วานรผู้เป็นหัวหน้าสอนไว้อย่างนี้ 
               บัณฑิตฟังคำนั้นแล้ว ดำริว่า อนาถแท้หนอ ลิงโง่ ช่างไม่เฉลียวเสียเลย คิดว่า จะทำประโยชน์ กลับทำความพินาศ
               แล้วกล่าวว่า 

               “ การประพฤติประโยชน์ โดยผู้ไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่ได้นำความสุขมาให้เลย คนโง่ๆ ทำประโยชน์เสื่อม เหมือนลิงเฝ้าสวน " 
               
                ลิงที่ได้รับหน้าที่ดูแลสวน ประกอบกิจการในสวน คิดว่า เราจะทำประโยชน์ ก็ทำได้แต่การอันหาประโยชน์ไม่ได้เท่านั้น ฉันใด บุคคลผู้ไม่ฉลาดในประโยชน์ทั่วๆ ไป ก็ฉันนั้น ไม่อาจประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์ นำความสุขมาให้ใครได้ ได้แต่ยังประโยชน์นั้นแหละให้เสื่อมไปเท่านั้น
               บุรุษผู้เป็นบัณฑิตนั้น ติเตียนวานรจ่าฝูง แล้วก็พาพวกของตนออกจากสวนไป 
               แม้พระบรมศาสดาก็ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เด็กชาวบ้านคนนี้ ไม่ใช่จะเพิ่งประทุษร้ายสวน ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ก็ได้ทำลายสวนมาแล้วเหมือนกัน           

            


คนโง่มักทำความฉิบหายให้ มากกว่าประโยชน์




ที่มา : หนังสือนิทานชาดก เล่มที่ ๑ โดย พระมหาสุนทร สุนฺทรธฺมโม (เสนาซุย)